Tag Archives: broccoli
การปลูกและการเก็บเกี่ยวบร็อคโคลี่ (Broccoli)
การปลูกและการเก็บเกี่ยวบร็อคโคลี่ (Broccoli)
การเตรียมดิน
บร็อคโคลี่ชอบดินร่วน ที่มีค่าPH อยู่ระหว่าง 6-6.5 มีความชื้นดินที่เหมาะสม และได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ ขุดดินลึก 10-15 เซนติเมตร พลิกดินตากแดด และโรยปูนขาวปรับสภาพดินที่ PH เกิน6-6.5. ตากดินไว้ประมาณ 7-10 วัน ย่อยพรวนดินให้เป็นก้อนเล็กๆ ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอื่นๆ
การเพาะกล้า
ควรเพาะกล้าในแปลงเล็กๆก่อน โดยหว่านเมล็ด หรือโรยเมล็ดเป็นแถวห่างกัน 15 ซม. คลุมฟางแห้ง รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นกล้าอายุ 25-30 วันจึงย้ายไปปลูก
การปลูก
ก่อนถอนกล้าให้รดน้ำในแปลงก่อนจะได้ถอน ง่าย ระวังอย่าให้ต้นช้ำขณะถอน ควรถอนกล้าช่วงเช้าแล้วเอาผ้าชุบน้ำคลุมไว้ในที่ร่ม พอตอนเย็นประมาณ 3-4 โมง จึงนำมาปลูกในแปลงที่เตรียมรดน้ำไว้แล้ว เจาะดินเป็นรู ปักต้นกล้าลงดินแล้วกลบดินให้แน่นพอสมควร ระยะปลูกระหว่างต้น 30-60 เซ็นติเมตร ระยะห่างระหว่างแถว 50-100 เซ้นติเมตร การปลูกห่างจะทำให้ต้นโตได้เต็มที่ ดอกใหญ่ หลังปลูกคลุมดินด้วยฟางแห้งเพื่อรักษาความชื้น รดน้ำให้ชุ่ม
การให้น้ำ
ช่วงแรกอย่ารดน้ำแฉะมาก อาจรดเช้า-เย็นพอชุ่ม เมื่อต้นโตจนถึงระยะเกิดดอกควรให้น้ำวันละ 2-3 เวลา ในปริมาณมากขึ้นกว่าช่วงแรก เพื่อให้ดอกโตสม่ำเสมอและสมบูรณ์
การให้ปุ๋ย
ให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 13-13-21 ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตปุ๋ยยูเรีย หรือปุ๋ยแคลเซียมแอมโมเนียมไนเตรท
โดยใส่ครั้งแรกเป็นปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูก ครั้งที่สองใส่หลังปลูกประมาณ 20 วัน
ข้อควรระวัง
1. ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนตกชุก และมีน้ำขัง แสงแดดน้อย
2. เป็นพืชที่ต้องการปุ๋ยในปริมาณที่มาก หากปุ๋ยไม่เพียงพอจะทำให้อายุการเติบโตยาวนานมากขึ้น
การเก็บเกี่ยว
อายุ 70-100 วัน ตามฤดูกาลและสายพันธุ์ เลือกตักดอกที่มีกลุ่มดอกเกาะตัวแน่นขนาดโตประมาณ 10-16 เซ็นติเมคร และต้องรีบตัดก่อนดอกจะบานกลายเป็นสีเหลือง เวลาตัดให้ตัดชิดโคนก่อน แล้วจึงนำมาตัดแต่งนอกแปลงอีกครั้งให้เหลือใบติดดอกประมาณ 2 ใบไว้พันรอบดอก ป้องกันความเสียหายจากการขนส่ง หลังการเก็บเกี่ยวต้องมีการเก็บรักษาโดยให้อยู่ในอุณหภูมิต่ำเพื่อช่วยยืด อายุผักและทำให้ดอกไม่เหลืองเร็ว ซึ่งจะขายไม่ได้ราคา
บร็อคโคลี่ [ Broccoli ]- สรรพคุณและการใช้ประโยชน์
บร็อคโคลี่ [ Broccoli ]- สรรพคุณและการใช้ประโยชน์
สรรพคุณและการใช้ประโยชน์
บร็อคโคลี่ มีรสชาติหวานกรอบ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลาย อีกทั้งมีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยเบตา-แคโรทีน(beta-carotene) เส้นใยอาหาร วิตามิน C และสารต่างๆอีกหลายชนิด โดยมีรายงานการวิจัยมากมายเกี่ยวกับสรรพคุณในการป้องกันและรักษาอาการโรค ต่างๆ อาทิ มะเร็งเต้านม, มะเร็งในกระเพาะอาหาร, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งผิวหนัง, มะเร็งปอด, โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง, บร็อคโคลีเพื่อสายตา, ป้องกันการผิดปกติของเด็กแรกเกิด, บร็อคโคลีกับโรคอัลไซเมอร์
มะเร็งเต้านม
บร็อกโคลี่ประกอบไปด้วยสารเคมีทางธรรมชาติ ชื่อ sulforaphane และ indoles ซึ่งมีคุณสมบัติ ในการต่อต้านมะเร็ง จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอบกินส์ พบว่า Sulfaraphane ช่วยลดระดับการเผาผลาญฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้เนื้องอกที่เต้านมเจริญเติบโตขึ้น โดยพบว่า ความเสี่ยงในการพัฒนาเชื้อมะเร็งเต้านมในหนูทดลองลดลงถึง 60 %
มะเร็งในกระเพาะอาหาร
โดยปกติแล้ว คนที่เป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จะเกิดจากการติดเชื้อ Helicobacteri pylori (H. pylori) ซึ่งเป็นแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดแผล ในกระเพาะอาหาร และอาจนำไปสู่การเป็นมะเร็ง ในกระเพาะอาหารได้ โดยสาร sulforaphane ที่อยู่ในบร็อกโคลี่ จะช่วยป้องกันการติดเชื้อโรค ชนิดนี้ได้ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยซึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น พบว่า เมื่อผู้ป่วยที่ติดเชื้อ H.pylori รับประทานบร็อกโคลีวันละ 100 กรัม(1 ออนซ์) ทำให้เชื้อ H.pylori ลดลง รวมทั้งเอ็นไซม์เพ็บซิน (pepsinogen) ซึ่งอยู่ในเลือด อันเป็นสาเหตุ ที่ทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ ก็ลดลงด้วยเช่นกัน เนื่องจากในบร็อกโคลี่ มีสารอาหารเข้มข้นอย่าง sulforaphane สามารถป้องกันอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลและทำลาย DNA ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งได้
มะเร็งต่อมลูกหมาก
จากการ วิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พบว่าในบร็อกโคลี่ มีสารอาหาร 3,3 -diindolylmethane หรือ DIM ซึ่งมีฤทธิ์ ช่วยต้านฮอร์โมนแอนโดรเจน ให้ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งที่ต่อมลูกหมาก โดยปกติแล้วฮอร์โมนแอนโดรเจนในเพศชายก็คล้ายๆ กับเทสโทสเตอโรน ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะแรก ๆ เพราะฉะนั้น การรับประทานบร็อคโคลี่ก็จะสามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้
มะเร็งผิวหนัง
สาร Sulforaphane ที่มีอยู่อย่างมากมาย ในบร็อคโคลี่ มีฤทธิ์ช่วยขับสารพิษของเซลล์มะเร็งผิวหนัง โดยการวิจัยของ มหาวิทยาลัยจอห์นฮอบกินส์ ในสัตว์ทดลองที่ได้รับแสง UV จากการอาบแดดเป็นเวลา 20 สัปดาห์ติดต่อกัน และหลังจากนั้นก็รักษาด้วยการทาสารสกัดจากบร็อคโคลี่ ลงบนผิวหนังเป็นเวลา 11 สัปดาห์ พบว่า บร็อคโคลี่สกัด ทำให้เซลล์ผิวหนังที่กำลังจะตอบสนองต่อการเกิดมะเร็งมีปริมาณลดลง
มะเร็งปอด
ในทางการแพทย์นั้นมีการวิจัยมาแล้วว่า การรับประทานบร็อคโคลี่เป็นประจำนั้นสามารถช่วยยับยั้งการลุกลาม แถมยังช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็งปอดได้ ทั้งนี้เพราะว่าในบร็อคโคลี่นั้นมีสารที่ชื่อว่า ไอโซธิโอไซยาเนทส์(Isothiocyanates) ที่มีความสามารถช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งปอดนั่นเอง
โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
จากการศึกษาเกี่ยวกับ meta-analysis ในกลุ่มทดลองจำนวน 100,000 คน ซึ่งรับประทานบร็อกโคลี ที่อุดมไปด้วยflavonoids เป็นประจำ พบว่าอัตราความเสี่ยง ในการเกิด โรคหัวใจลดลง 20% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับสารอาหาร จำพวกflavonoids
นอกจาก นี้ จากการศึกษาของ University of Saskatchewan ในหนูทดลอง ที่มีระดับความดันโลหิตสูง และเกิดการอุดตันของเส้นโลหิต เมื่อกินอาหาร ที่ประกอบไปด้วยบร็อคโคลี่แล้ว พบว่ามีการสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อป้องกันอนุมูลอิสระ การอักเสบของหัวใจลดลง รวมทั้งความดันโลหิต ก็ลดลงด้วย
บร็อคโคลีเพื่อสายตา
ใบผักใบเขียว จะประกอบไปด้วยสารอาหาร ที่อยู่ในกลุ่มของแคโรทีน โดยบร็อคโคลี่ ก็เป็นหนึ่งในนั้น และยังมีแคโรทีน ชื่อว่า lutein และ zeaxanthin ซึ่งมีความจำเป็น ต่อร่างกายที่จะนำไปใช้ เพื่อบำรุงสายตา จากการศึกษา ในกลุ่มคนที่กินบร็อกโคลี มากกว่า 2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ พบว่าความเสี่ยง ในการเกิดต้อกระจกลดลง 23% เมื่อเทียบกับคน ที่กินผักน้อยกว่า 1 ครั้ง ต่อเดือน
ป้องกันการผิดปกติของเด็กแรกเกิด
เมื่อคุณแม่อยู่ ในระยะตั้งครรภ์ สารอาหาร ที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่ง ต่อลูกน้อยคือ กรดโฟลิก ซึ่งมีอยู่มากในบร็อคโคลี่โดยในบร็อคโคลี่ 1 ถ้วยจะมีปริมาณกรดโฟลิกถึง 94 ไมโครกรัม รวมทั้งวิตามินบี โดยกรดโฟลิกและวิตามินบี เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์ DNA ของทารกในครรภ์ หากคุณแม่ขาดสารอาหารนี้ไป จะทำให้ระบบประสาทของเซลล์แบ่งตัวอย่างไม่สมบูรณ์ นำไปสู่อาการผิดปกติ ของเด็กแรกเกิด ในกลุ่มอาการท่อระบบประสาทบกพร่อง เช่น โรคพิการทางสมองspina bifida (อาการเยื่อหุ้มไขสันหลังปิดไม่สนิท เด็กอาจเติบโตขึ้นมาพร้อมอาการอัมพาต ไม่สามารถควบคุมการขับถ่าย ทั้งถ่ายหนักและถ่ายเบา)
บร็อคโคลีกับโรคอัลไซเมอร์
ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า มีผักและผลไม้ 5 ชนิดมีสารประกอบที่ทำหน้าที่เหมือนกับยาที่ใช้รักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ คือ ผักบร็อคโคลี่ มันฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล และหัวไชเท้า โดยเฉพาะบร็อคโคลี่มีสารดังกล่าวเยอะที่สุด
บร็อคโคลี่ [ Broccoli ]
ชื่อสามัญ : บร็อคโคลี่(Broccoli)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Brassica oleraceae var. italica
บร็อคโคลี่จัดอยู่ในผักตระกูลกะหล่ำ เป็นพืชผักเมืองหนาวซึ่งมีถิ่นเดิมอยู่ทางตอนใต้ของยุโรป เริ่มนำเข้ามาในไทยโดยระยะแรกปลูกแถบภาคเหนือที่มีอากาศเย็น ปัจจุบันมีการปรับปรุงพันธุ์ให้ทนร้อนมากขึ้น จึงมีการปลูกแพร่หลายในภาคต่างๆ ลักษณะของบร็อคโคลี่มีใบกว้างสีเขียวอมเทา ขอบใบหยัก ลำต้นใหญ่อวบ ดอกอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม สีเขียวเข้ม นิยมรับประทานส่วนที่เป็นดอกและลำต้น
